Posted by: jakrapong | วันเสาร์, มีนาคม 29, 2008

Blogger กับประเทศไทย (ขอเกาะกระแส xxx หน่อย)

วันก่อนมีบรรดาเว็บมาสเตอร์ที่เมืองไทย ping มาถามว่าผมรู้เรื่อง Kapook.com หรือยัง ผมก็บอกว่าโลกออนไลน์มันเล็ก ผมเข้าอินเทอร์เน็ตก็ทราบข่าวเป็นระยะๆ อยู่แล้ว (แสดงว่าที่เมืองไทยยังคิดว่าการที่ผมอยู่ต่างประเทศจะส่งผลให้ผมตามวงการเว็บที่เมืองไทยไม่ทันหรืออย่างไร?) ว่ากรณี xxx.kapook.com ถูกบรรดา Blogger ในเมืองไทยวิพากษ์กันมาก พอหลุดขึ้นไปบนเว็บผู้จัดการออนไลน์ก็เลยเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา จนคุณเอ๋อ ปรเมศวร์ ในฐานะเว็บมาสเตอร์ของ Kapook.com ต้องแสดงสปิริตลาออกจากการเป็นนายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย เพราะมันเป็นเรื่องขัดแย้งกับบทบาททางสังคมของคุณเอ๋อเอง

ส่วนตัวผมมองว่าประเด็นที่น่าสนใจคือบทบาทของ Blogger ในการทวงถามเรื่องของจริยธรรมบนโลกอินเทอร์เน็ต

สมัยสัก 4-5 ปีก่อนใครจะไปคาดคิดว่าอินเทอร์เน็ตจะมีบทบาทสูงในการขับเคลื่อนสังคมข่าวสารอย่างวันนี้ ถ้าใครนึกภาพไม่ออกว่าอินเทอร์เน็ตเปลี่ยนโลกอย่างไร ลองนึกถึงเหตุการณ์เหล่านี้นะครับ

1. ประชาชนอัพโหลดรูปภาพคืนวันรัฐประหารขึ้น Flickr.com, ทหารสั่งปิดทีวี แต่คนออนไลน์คุยกันทาง Windows Live Messenger (ว้าแย่จัง Yahoo! Messenger ของผมก็ดีนะ ทำไมคนไทยใช้น้อยจัง), คนแจ้นเข้า Pantip.com เกิดการถกเถียงขึ้นในวงกว้าง จน server รับแทบไม่ไหวทาง
2. การต่อสู้ของคุณทักษิณทาง Truethaksin.com และ Thaksin.wordpress.com
3. สื่อพลเมืองที่มีรูปแบบเหมือน OhMyNews ในเมืองไทยแบบ MBlog ของกลุ่มผู้จัดการ OkNation ของกลุ่มเนชั่น ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการปรับตัวของสื่อกระแสหลักปรับเข้ามาสู่โลกออนไลน์

ในวันนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เราจะเห็นว่า Blogger มีอิทธิพลมากขึ้น และการที่ Blogger แต่ละคนจะมีอิทธิพลมากขึ้นก็เนื่องมาจากความคิดความอ่านของคนๆ นั้นเอง อยู่ที่การนำเสนอให้น่าสนใจ

ผมเคยมีโอกาสคุยกับคุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา บรรณาธิการนิตยสารโอเพ่น (ไม่สิ ตอนนี้ต้องบอกว่า Onopen.com) ในเรื่องของอินเทอร์เน็ตในงานเสวนาทางความคิดที่หนึ่ง คุณภิญโญก็บอกว่าคนสมัยนี้โชคดีนะ สมัยก่อนถ้าคิดจะมีสื่อของตัวเองต้องใช้เงินมหาศาล แต่สมัยนี้มีอินเทอร์เน็ตก็เป็นเจ้าของสื่อได้แล้ว

แต่ในภาพรวมใหญ่ๆ แล้วผมว่าเรื่องนี้ก็ดีตรงที่ว่าสังคมไทยเราเริ่มมีการทวงถามจริยธรรมและความรับผิดชอบผ่านทางช่องทางของอินเทอร์เน็ต ซึ่งมันทำให้สังคมดีขึ้น อย่างน้อยเราก็รู้สึกได้ว่าแท้จริงแล้วนอกจากกลไกการควบคุมสื่อของผู้มีอำนาจ เรายังพอมีช่องทางที่จะแสดงความคิดเห็นของเราได้มากกว่าเดิม แต่การที่เราจะก้าวขึ้นมาแสดงความคิดเห็นและมีคนเชื่อถือเท่ากับสื่อในกระแสหลักหรือไม่ ก็อยู่ที่ความสามารถของ Blogger ผู้นำเสนอนั่นเอง

Posted by: jakrapong | วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 26, 2008

ํYahoo! ประกาศเปิดตัว Open Search Platform

วันนี้ขณะที่กำลังทำงานอยู่ ก็คลิกดู RSS Feed ของ TechCrunch

เจอข่าวที่ผมเองก็ลุ้นมานานเหมือนกันนั่นคือการเปิดตัว Open Search Platform ของ Yahoo! ที่พวกเราเรียกกันว่า Search Monkey และไม่นานทางผู้จัดการออนไลน์ก็แปลข่าวนี้ลง ผมเลยเอามาแปะให้อ่าน เดี๋ยวจะเอาคอมเมนต์ของฝรั่งเขาให้พวกเราอ่านกันด้วยนะครับ อ่านตัวข่าวกันก่อน

“SearchMonkey”ไม้เด็ดยาฮูกระตุ้นตลาดเสิร์ช

ยาฮู (Yahoo) พร้อมจับมือพันธมิตรปรับโฉมบริการเสิร์ชข้อมูล Yahoo Search เปิดตัวแพลตฟอร์มชื่อรหัสว่า “SearchMonkey” หรือชื่อทางการว่า Open Search Platform แพลตฟอร์มสืบค้นข้อมูลแบบเปิดนี้จะพลิกโฉมรูปแบบการแสดงผลเสิร์ชเดิมๆซึ่งมีเพียงข้อความตัวอย่าง 2 บรรทัดจากเว็บไซต์ที่ค้นได้ไม่ปะติดปะต่อกัน มาเป็นการสรุปข้อมูลสำคัญเป็นข้อๆชัดเจน เช่น เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ รูปภาพ หรือข่าวล่าสุด ผู้สรุปข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่ยาฮู แต่เป็นเว็บพันธมิตรที่ครองใจนักท่องเน็ตอย่างเว็บ Yelp และ New York Times

Yelp นั้นเป็นเว็บไซต์ซึ่งเปิดให้ผู้ใช้ร่วมกันรีวิวหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว หรือธุรกิจต่างๆในท้องถิ่นซึ่งผู้ใช้ไปสัมผัสมา การเป็นพันธมิตรกับ Yelp จะทำให้ยาฮูได้รับภาพ ข้อมูลรีวิว ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ของร้านค้ามาประดับในหน้าแรกแสดงผลเสิร์ช ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นข้อมูลที่โดนใจผู้ใช้ไม่น้อย สำหรับเว็บข่าวอย่าง New York Times จะทำให้หน้าแรกแสดงผลเสิร์ชของยาฮูมีลิงก์สรุปประเด็นข่าวล่าสุดและบทความที่เกี่ยวข้องซึ่ง New York Times สร้างสรรค์ขึ้น

ผลที่เกิดขึ้นคือ หากผู้ใช้เสิร์ชชื่อร้านอาหารในยาฮู จะปรากฏข้อมูลภาพร้าน ที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ ระดับดาวที่ได้รับเมื่อครั้งรีวิวในเว็บ Yelp แต่หากเสิร์ชชื่อบุคคลสำคัญอย่างฮิลลารี คลินตัน ก็จะมีลิงก์ข่าวล่าสุด บทความเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสหรัฐฯ ประวัติ และบทความวิเคราะห์การแสดงวิสัยทัศน์ของคลินตันของ New York Times

ยาฮูจะปรับหน้าแสดงผลการเสิร์ชเป็นแบบใหม่ให้อัตโนมัติ แต่ผู้ใช้จะสามารถเลือกกลับไปใช้รูปแบบการแสดงผลเสิร์ชแบบเดิมได้ตามต้องการ จุดนี้ Amit Kumar หัวหน้าทีมพัฒนา Open Search Platform ระบุว่ามีแนวคิดคล้ายกับ Greasemonkey โปรแกรมเสริมในเบราเซอร์ไฟร์ฟ็อกซ์ (Firefox) ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถเปิดหน้าเว็บรูปแบบพิเศษ นี่จึงเป็นที่มาของชื่อเล่น SearchMonkey

การเป็นพันธมิตรระหว่างยาฮูและเว็บไซต์อื่นๆที่เกิดขึ้นถูกมองว่า จะสร้างประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย โดยสมาชิกเว็บไซต์นั้นๆจะหันมาใช้งานสืบค้นข้อมูลยาฮูรูปแบบใหม่มากขึ้น ขณะเดียวกันโอกาสในการเพิ่มจำนวนทราฟฟิกในเว็บพันธมิตรก็มีมากขึ้นด้วยเช่นกัน ที่สำคัญ เว็บพันธมิตรจะมีอำนาจในการแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ไม่มีอำนาจในการเปลี่ยนแปลงลำดับรายการแสดงลิงก์ ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับหลักการจัดลำดับลิงก์ของเสิร์ชเอนจิ้นอย่างเข้มงวด

ผู้ใช้สามารถเลือกเพิ่มข้อมูลสำหรับแสดงผลการเสิร์ชหน้าแรกและส่งให้เพื่อนได้ตามชอบใจ ยังไม่มีรายงานกำหนดเปิดใช้บริการใหม่ในขณะนี้

Company Related Links :
YahooSearch

พออ่านๆ ดูแล้วเจอคอมเมนต์ข้างล่างก็เลยเอามาฝากอีกครับ

  1. bs

    wow nice… very good move by yahoo

  2. Zeke

    WOW, this is huge!

  3. random reader

    great.
    i was looking forward to it from google soon. yahoo hit ti first. cool.

  4. browse

    nice concept.

    i’m assuming this is just metadata that google et al. could easily support. yahoo is not a search company. they’re going to have a really hard time getting traction against google.

  5. Brian Breslin

    so is there any more info on this? people are forgetting yahoo still drives millions of searches a day.

  6. YDRIVE

    Good stuff — for anything that improves the user experience, which this certainly will.

  7. Jerry Garcia

    Whisky bottles, and brand new cars, Oak tree your in my way

  8. i am under age

    another right thing Yahoo did lately. no wonder they rejected MS’s bid. Keep them coming~

  9. Hashim Warren

    Yawn.

    Didn’t Google attempt this with Subscribed Links? And before that, didn’t A9 attempt this with OpenSearch?

  10. Matt

    very cool. or perhaps i, like others, am just more willing to disciple for yahoo in the wake of this whole MS debacle… we would lose innovations like this in that merger.

  11. Simplebucket

    Yahoo is finally getting it.. this could prove to be the most promising thing that they are doing to get back into search

  12. yeah

    i loved the yahoo’s suggestions thing.. waiting to see more structured results, so i dont have to clik the link and then search for info on it.

  13. mhater

    cool…. you go Yahoo!!!

    btw, where did you get the pre-launch info from???

  14. Steven Bao

    Great move by Yahoo!. Definitely the right direction to go in, but I won’t be surprised if Google comes out with this soon.

  15. nice

    I like…Michael, any chance we’ll see enhanced CrunchBase company listings in Yahoo results sometime soon…? That would be cool (but would certainly impact traffic to the finance pages ;) )

  16. jack

    Can’t believe this. Yahoo have done a great job

  17. Andrew

    as ask.com proved, you can build a visually appealing interface, and people will still go to Google

  18. Zeke

    @andrew, it is not just visually appealing, it is one step to semantic web, how can people overlook it?

  19. Henry Work

    A ’sanctioned’ GreaseMonkey platform is interesting… GreaseMonkey is supposed to be this rebel of a tool where customization is at the whim of the users and to the chagrin of the developers. Don’t like ads? Don’t like an entire feature of a website? Install a user script. Customize. That Yahoo! is investing in this idea sort of warps this user-centric concept a bit. Interesting.

  20. No Surprise

    Very nice move by Yahoo! -)

  21. deb

    btw, yahoo search share also increased in Jan 2008.
    http://blogs.barrons.com/techt…..hoobarrons

  22. Shimi

    Cool I hope Omgili will do with Yahoo what they did with Google:

    http://google.omgili.com

  23. kuldeep

    very good move..I think yahoo will restore confidence in users and developers by this…this will be serious competition to Google.

    I am still missing techcrunch’s opinion in this matter, please just dont deliver the news..thats not you! )

  24. Brendan Jarvis

    the site appears to be broken. the stylesheet is not loading.

  25. Juan Bau

    Very smart

  26. olin

    This is awesome news! I can’t wait to test it out by pushing up enhanced listing for Kanu Commitments - http://www.kanuhawaii.org/ - that include number of members, comments, impacts, etc.

  27. Easy

    Nice, but as others have hinted, is it defensible?

    Presumably the OSP calls for sites to put up additional listing metadata for Yahoo to crawl.

    But why couldn’t Google crawl this metadata too?

  28. Rushabh Choksi

    that is cool.

  29. baah-baah-the-black-sheep

    You can make it all sing and dance, but if it doesn’t find the right stuff I won’t use it. And I don’t.

  30. Johnny B

    Hey Yahooo !

    I think this is innovation !
    Really cool !

  31. Harry Hacker

    Let the innovation begin.

  32. Andrey Golub

    Complements to Yahoo!
    it’s the great move, I think this really could start a revolution in the Search Engine industry!

    now for how to use the moment-
    If I could be the one who makes decisions at SPOCK (People Search Engine 2.0, http://www.spock.com)- I’d definitely ask the Engineering Team guys to dig in this direction.

    by doing this, Spock could demonstrate to the whole world that they have the data anyone else hasn’t and couldn’t have on the Web/ Web 2.0.

  33. UltimuM

    http://www. i-guide .ro
    http://www. i-guide .ro
    http://www. i-guide .ro
    http://www. i-guide .ro

  34. Andrew J Scott

    This could have a far reaching impact; I’m surprised its not bigger news (I cant help feel it would have been were it Google? ;-)

    We can incorporate this into Rummble content; once the world settles and embraces open micro formats (or other) for friend-relationships, we can then provide personalized results from Rummbles trust network VIA the Yahoo search results…

    You read it here first… ;-)

    Andrew
    Founder, http://www.rummble.com

Posted by: jakrapong | วันอาทิตย์, กุมภาพันธ์ 24, 2008

ช่วยผมตัดสินใจหน่อยสิครับ

สวัสดีครับ

พอดีว่ามีเพื่อนสนิทของผมคนหนึ่ง เขาติดต่ออยากให้ผมลองเขียนหนังสือสักเล่มหนึ่งเพื่อแชร์ประสบการณ์ในการสร้างชุมชนออนไลน์ จะว่าง่ายก็ง่ายเพราะผมก็ทำอยู่ทุกวันอยู่แล้ว จะว่ายากก็ยาก ตรงที่ผมจะทำอย่างไรให้มันโดนใจคนอ่านคนไทย เพราะเท่าที่ผมสืบๆ ดูในตลาดหนังสือบ้านเราจะเป็นประเภทหนังสือชี้ช่องรวย เช่น “รวยด้วย Google” “เป็นเศรษฐีเงินล้านด้วย Amazon” หรือไม่ก็เป็นประเภทที่เบื้องต้นแบบตีหัวเข้าบ้านกันง่ายๆ อย่างเช่น “วิธีการใช้อีเมล Yahoo! Hotmail Gmail”  “วิธีการใช้ MSN Messenger” ที่ผมชอบเรียกมันว่า “Click next publishing” คือทั้งเล่มไม่มีอะไรเลยนอกจาก capture หน้าจอมาใส่แล้วสอนว่าต้องคลิก Next ตรงนี้นะ พอถึงตรงนี้แล้วให้ Yes ไปเรื่อยๆ แล้ว Confirm

ที่ผมเขียนมานี่ได้โปรดอย่าเข้าใจผิดว่าผมดูถูกดูแคลนภูมิปัญญาผู้จัดพิมพ์ในบ้านเราเลยนะครับ  แต่จากประสบการณ์คือผมเริ่มไม่ค่อยแน่ใจว่าถ้าผมเขียนหนังสือออกมาสักเล่ม โดยมันจะต้องเป็นแนวใหม่สำหรับเมืองไทย คนอ่านจะต้อนรับแค่ไหน เพราะผมเองก็ชอบหนังสือหลายๆ เล่มของซีเอ็ด เช่น ผ่าเว็บดังของคุณ มาร์ค Markmyweb.com และคลิกไม่ต้องคิด (Don’t make me think!) ของสตีฟ ครัก และแน่นอนครับ หนังสือดีๆ เหล่านี้ขายไม่ออก จนตอนนี้ผมเข้าใจว่าตลาดบ้านเราถ้าพิมพ์อย่างอื่นไปก็อาจจะขายยาก

ประเด็นที่ผมต้องการจะถามเพื่อนๆ ที่ผ่านมาบล็อกผม คุณคิดว่าถ้าผมเขียนวิธีการบริหารชุมชนออนไลน์ มีภาพประกอบเยอะๆ ให้เข้าใจง่าย มีเว็บประกอบด้วยอีกหนึ่งเว็บ จะมีคนสนใจอ่านไหมครับ?

Posted by: jakrapong | วันพุธ, กุมภาพันธ์ 20, 2008

พี่ดี้แกฝากบอกมา

ูส่วนตัวแล้วผมชื่นชมผู้ชายที่ชื่อ นิติพงษ์ ห่อนาค อยู่พอสมควร ไม่ว่าจะในฐานะผู้บริหารและนักแต่งเพลงชื่อดังของค่ายแกรมมี่ฯ แต่อย่างอื่นที่ผมเจอตลอดเวลาคือ พี่เขาเป็นคนไม่หยุดเรียนรู้จริงๆ อายุรุ่นพี่ดี้นี่น่าจะวุ่นวายอยู่กับการทำงานดูแลครอบครัว แต่แกก็สนใจอินเทอร์เน็ตลงมาลองใช้ Hi5 ดูเทรนด์วัยรุ่น ซึ่งจะว่าเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานก็ได้ และล่าสุดแกส่งเมลลิ่งลิสต์หาเพื่อนๆ ใน Hi5 ของแก บอกว่าตอนนี้ลงสมัครสว. ก็ขอให้กำลังใจนะครับ ผมว่าถ้าเมืองไทยมีคนแบบพี่ดี้เยอะๆ คือ รู้จักเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าตัวเองจะโตขึ้นไปแล้วแค่ไหน แต่ทำตัวเรียนรู้อินเทอร์เน็ตคุยกับคนรุ่นใหม่ตลอดเวลา และใช้สื่ออินเทอร์เน็ตให้เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์ คุณก็เป็นคนรุ่นใหม่ได้….

อ่านข้อความจากพี่ดี้ได้เลยครับ

ถึงเพื่อน hi5 ที่รัก
ผมไปสมัครรับเลือกตั้งเป็น สว. (สมาชิกวุฒิสภา) ของ กทม.มา
สว. มีหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย แต่งตั้งถอดถอนตำแหน่งทางการเมืองได้
ทุกวันนี้ คนส่วนใหญ่ที่อยู่ในการเมือง ทั้งรัฐบาล ทั้งรัฐสภา
มาจากข้าราชการบำนาญ นักกฎหมาย เอ็นจีโอ ผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น เป็นหลัก
ส่วนอาชีพอื่น ๆ หาได้ยากมาก ไม่กี่เปอร์เซนต์
การออกกฎหมายจึงออกด้วยความ “ไม่รู้” เท่าที่ควร
อยากรณรงค์ให้คน “ทำมาหากิน” อาชีพอื่น ๆ เข้าไปมีส่วนร่วม
ได้เห็น ได้ฟัง ได้พูด ได้เสริม ได้ทัดทานบ้าง
จึงขออาสาเป็นตัวกระตุ้นให้คนทุกสาขา สนใจการเมืองตามระบบ
อย่าปล่อยให้การเมืองเป็นของเฉพาะ “คนกลุ่มนั้น”
เพราะการเมือง “ก็” เป็นเรื่องของเราเหมือนกัน
ถ้าเพื่อนฝูง เห็นด้วยก็ฝากบอกต่อ ๆ กันด้วยนะครับ
บอกคนที่บ้าน บอกเพื่อนใน hi5 คนอื่น ๆ หรือ fwd mail ก็ได้
ขอบคุณมากครับ
ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค ผู้สมัคร สว. กทม. หมายเลข 29
เลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม 2551
ป.ล. ช่วงนี้ยุ่งไปหน่อย ไม่ได้คุย hi5 เลย คิดถึงจริง ๆ

Posted by: jakrapong | วันเสาร์, กุมภาพันธ์ 16, 2008

Social Networking กับการจ้างงาน

ตอนที่ได้ยินคำว่า ‘Social Networking’  ใหม่ๆ เมื่อสามถึงสี่ปีที่แล้ว ผมก็คิดแค่ว่ามันเป็นกระแสของเว็บยุคใหม่ที่น่าศึกษา ในเมืองไทยตอนนั้นก็เริ่มมีเว็บประเภทดังกล่าวเข้ามาให้คนไทยใช้กันบ้างแล้วเช่น Hi5.com, Friendster.com หรือเว็บของคนไทยอย่าง Friends.co.th ก็มีให้ใช้มานานมากๆ แล้ว

แต่น่าเสียดายว่าถึงเว็บจะมีประโยชน์มากๆ แต่เว็บไทยเราก็ขาดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ระยะหลังพอผมเข้าไปก็ดูเงียบๆ ทำให้ไม่ค่อยน่าใช้เท่าสมัยเปิดใหม่ๆ ทั้งที่ตอนแรกผมเจอเพื่อนผมในนั้นเยอะกว่า Hi5 ด้วยซ้ำ คนที่ได้ประโยชน์จากตรงนี้ก็คือเว็บฝรั่งแบบ Hi5 ที่ครองตลาดเมืองไทยไปแล้ว ทั้งที่ feature ที่มีในเว็บก็ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นกว่าคู่แข่ง แต่คนไทยก็ใช้ Hi5 กันทุกเพศทุกวัย ทุกชนชั้น เรียกได้ว่าตั้งแต่บุคคลระดับสูงในราชนิกูล บุคคลที่มีชื่อเสียง ดารา นักแสดง ยันคนธรรมดาเดินดินทั่วไป ก็สามารถ ‘connected’ ถึงกันได้ตลอด จนนาทีนี้เว็บประเภทเดียวกันก็เกิดขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันแถมแซงหน้ารุ่นพี่ไปเสียอีกจนกระทั่งมีบริษัทอินเทอร์เน็ตขนาดใหญ่มาขอร่วมงานมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Facebook.com ที่ Microsoft ขอซื้อหุ้นจำนวนเล็กน้อยเพื่อแลกสิทธิ์ในการขายโฆษณา หรือจะเป็น Yahoo! ที่ขายโฆษณาให้กับ Bebo.com
และประเด็นที่น่าสนใจเท่าที่ผมรู้ๆ มาก็คือ เดี๋ยวนี้ก็มีข่าวประเภทที่ว่าฝ่าย Hr หรือแม้กระทั่ง Head hunter ของบริษัทต่างๆ ทั้งไทยทั้งเทศ จะดูความสามารถ ก่อนจะจ้างใครสักคนก็เข้าไปอ่านบล็อกหรือเว็บไหนก็ตามที่มีข้อมูลส่วนตัวของว่าที่พนักงานคนนั้นๆ ก่อน  เพราะในมุมมองของ Hr เขาจะมองว่า Social Networking มันเกี่ยวกับบุคลิกภาพที่แท้จริงของคุณ เพราะคนส่วนใหญ่ก็จะพรีเซนต์ตัวเองผ่านทาง Social Networking ด้วย เผลอๆ จะดูได้ลึกกว่าพวก Professional Social Networking อย่าง Linkedin.com ในบางแง่มุมด้วยซ้ำ

วันนี้ผมมีเทคนิคในการทำเว็บไซต์ของคุณได้เป็นที่รู้จักได้อย่างง่ายๆ ครับ ใครที่มีเว็บไซต์ของตัวเองพลาดไม่ได้ครับ!

บทความนี้ตอนแรกผมตั้งใจจะเขียนใน
blog ของ Yahoo! รู้รอบ ซึ่งผมดูแลอยู่ แต่ก็ติดที่ว่ามันเป็นเทคนิคที่ผมคิดว่ามันไม่ควรจะเป็นเทคนิคที่ประกาศอย่างเป็นทางการเท่าไหร่ เพราะเป้าหมายของ Yahoo! รู้รอบคือ เป็นส่วนหนึ่งของสังคมแห่งความรู้ในประเทศไทย แต่เทคนิคนี้มันเป็นอีกแบบ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสร้างเว็บไซต์ให้เป็นที่รู้จักมากกว่า ซึ่งมันเป็นเพียงผลพลอยได้ของการที่เข้าไปที่ Yahoo! รู้รอบเท่านั้น ครั้นผมจะไม่เขียนเลยก็ไม่ได้เพราะฝรั่งมันก็เขียนกันให้อ่านทั้งโลกแล้วล่ะครับ ก็เลยเอามาแชร์กันที่นี่ละกัน….

หลายๆ คนคงคุ้นเคยกับคำว่า “แปลงทรัพย์สินเป็นทุน” ใช่ไหมครับ แต่ในโลกออนไลน์ เรา “แปลงแทรฟฟิคเป็นทุน” ครับ ซึ่งหมายถึง ถ้าหากคุณมีคนเข้ามาเยี่ยมชมและใช้งานเว็บไซต์ของคุณในจำนวนมาก พูดง่ายๆ ว่าคุณสามารถสร้างเว็บให้ดังได้ด้วย Yahoo! รู้รอบก็คงไม่ผิด

แล้วจะใช้ Yahoo! รู้รอบมาทำให้เว็บดังขึ้นได้ยังไง?
อาจจะดูกำปั้นทุบดิน แต่มันง่ายกว่าที่คิด… ขั้นตอนในการทำให้เว็บคุณดังมากขึ้นก็คือ เพียงคุณเข้ามาใช้งาน Yahoo! รู้รอบ ด้วยการตอบคำถามให้กับสมาชิกคนอื่นๆ โดยที่การตอบของคุณจะต้องตอบแล้วตรงประเด็น แก้ไขปัญหาให้คนช่างสงสัยใน Yahoo! รู้รอบได้โดยไม่ขัดกับข้อควรปฎิบัติในชุมชน Yahoo! รู้รอบ (ไม่งั้นคำตอบคุณโดนทีมงานลบแน่นอน)

เสร็จแล้วคุณก็สร้างลิงก์ไว้ในหน้าโปรไฟล์ของคุณเพื่อให้คนที่อยู่ใน Yahoo! รู้รอบสามารถตามไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณได้ ซึ่งการตอบคำถามให้ผู้อื่นนี้ถ้าคุณตอบในสิ่งที่คุณรู้และเชี่ยวชาญอยู่แล้ว และคุณมีเว็บไซต์ทางด้านนี้อยู่แล้ว คนใน Yahoo! รู้รอบก็จะคลิกไปที่เว็บไซต์ของคุณแน่นอนครับ ตัวอย่าง
1. คุณกุ๊กไก่เป็นเจ้าของร้านเบเกอรี่แห่งหนึ่ง คุณกุ๊กไก่มีความรู้ความเข้าใจในการทำขนมอร่อยๆ มาก และคุณกุ๊กไก่ก็เลยสร้างเว็บไซต์ Kookkaibakery.com ขึ้นมา (เว็บไม่มีอยู่จริงนะครับ ผมเมคขึ้นมา)

2. คุณกุ๊กไก่อยากจะให้คนรู้จักร้านกุ๊กไก่เบเกอรี่ของตัวเอง ซึ่งก็คือเพิ่มแทรฟฟิคให้เว็บ Kookkaibakery.com นั่นเอง คุณกุ๊กไก่ก็เลยเข้ามาที่ Yahoo! รู้รอบ เจอเจ้าตัวแยมสเตอร์ทำหน้าทะเล้นอยู่ ก็เลยเล่นกับเจ้าแยมสเตอร์สักหน่อย

3. คุณกุ๊กไก่ไม่กล้าตอบเรื่องอื่นๆ เพราะคิดว่าตัวเองไม่ถนัดด้านอื่น แต่ถ้าด้านการทำขนม ด้านสูตรอาหาร ฉันไม่แพ้ใครแน่นอน คุณกุ๊กไก่เลยเลือกหมวด “อาหารและเครื่องดื่ม” 4. คุณกุ๊กไก่เข้ามาตอบคำถามของเพื่อนๆ ใน Yahoo! รู้รอบประมาณอาทิตย์ละ 1-2 ชั่วโมงซึ่งถือว่าไม่เสียเวลาเท่าไหร่เลย และปรากฏว่าคำตอบของคุณกุ๊กไก่ได้รับความนิยมสูง มีคนคลิกเข้าไปดูในหน้าโปรไฟล์ของคุณกุ๊กไก่วันนึงๆ หลายคนทีเดียว และในหน้าโปรไฟล์ของคุณกุ๊กไก่ คุณกุ๊กไก่ก็ใส่ Kookkaibakery.com เอาไว้ ซึ่งถือว่าเป็นโปรไฟล์ ไม่ได้เป็นการโฆษณาอะไร

5. จำนวนของคนที่ชอบคำตอบของคุณกุ๊กไก่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และคนก็เข้าเว็บของคุณกุ๊กไก่มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะคนรู้สึกว่าคุณกุ๊กไก่รู้จริง และไม่ได้สักแต่ว่าเข้ามาโฆษณามั่วๆ ทาง Yahoo! รู้รอบเองก็ได้พัฒนาให้ชุมชนของคำถามและคำตอบนี้ดีขึ้นไปด้วย เพราะคนที่อยากได้สูตรอาหารดีๆ ก็จะเข้ามาหาได้ที่ Yahoo! รู้รอบในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม” ได้

สรุป
จากตัวอย่างด้านนี้ผม ผมพยายามจะบอกว่า เราจำเป็นต้องสร้าง “แทรฟฟิคที่แท้จริง” ให้ได้ คนจะเข้ามาที่เว็บไซต์เรา ให้เขาเข้ามาด้วยความต้องการจริงๆ เถอะครับ ไม่ใช่เพียงทำ SEO (Search Engine Optimization) ปั่นให้อันดับผลการค้นหาใน Search Engine สูงขึ้นไปเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่ง Yahoo! รู้รอบเป็นหนึ่งในทางเลือกในการสร้างแทรฟฟิคที่แท้จริง อันเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับเว็บไซต์ของคุณด้วยครับ

Posted by: jakrapong | วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 5, 2008

ใครยังจำวงอินคาได้ไหมครับ?

ท่ามกลางกระแสอะไรต่างๆ มากมาย แต่เราก็ยังทำงานกันต่อไปได้เรื่อยๆ สำหรับ Yahoo! รู้รอบครับ

ใครยังจำวงอินคาได้บ้างไหมครับ วงอินคาที่ร้องเพลง “หมากเกมนี้ ฉันก็รู้ว่าจะต้องลงเอยอย่างไร…” และเพลงอย่าง “ร้อยคนคงมีแค่เพียงสักคน ที่จริงใจกับเรา ร้อยคนคงมีแค่เพียงสักคราว ที่เจอคนจริงใจ” และเพลงรักหวานซึ้งอีกเยอะแยะตาแป๊ะไก๋ไปหมด เรื่องของเรื่องคือผมเป็นแฟนเพลงของวงอินคาน่ะครับ (ใครจะว่าแก่ก็ยอมล่ะวะ)

ผมก็เลยไปเชิญวงอินคามาตั้งคำถามใน Yahoo! รู้รอบซะเลยให้พี่ดา อินคาแกถามเลย คำถามแกก็ออกแนวรักแบบจริงจังจริงใจแนวๆ แกนั่นล่ะครับ ขอเชิญไปตอบกันนะครับ ขอเชิญ

Posted by: jakrapong | วันเสาร์, กุมภาพันธ์ 2, 2008

อีกครั้งที่…Microsoft อยากจะซื้อ Yahoo!

[คำออกตัว: ต้องขอบอกทุกคนที่อ่านก่อนว่าในฐานะพนักงาน Yahoo! และมีเพื่อนอยู่ใน Microsoft บ้าง แต่ผมก็ไม่มีข้อมูลเชิงลึกแบบอินไซต์อะไร ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความเห็น ความคิด และความรู้สึกของผมคนเดียวเท่านั้น]

เมื่อคืนนี้ตอนกำลังนั่งทำงานอยู่ที่ออฟฟิศ เพื่อนก็ส่งข้อความผ่านทาง Yahoo! Messenger (ที่คนไทยบางคนยังคงเรียกกิจกรรมเวลาออนไลน์เพื่อแชตกันว่า ‘ออนเอ็ม’ กันนั่นแหละ) ว่า “Microsoft โดยสตีฟ บัลเมอร์ยื่นจดหมายเสนอซื้อ Yahoo! ในราคา 44.6 พันล้านเหรียญ” พร้อมลิงก์ให้ผมไปอ่านที่ Bloomberg อ่านแล้วก็คิดว่า “อีกแล้วเหรอเนี่ย?” คลิกที่นี่เพื่ออ่านข่าวทั้งหมด และข่าวเชิงวิเคราะห์จากสำนักข่าวอื่นๆ

คือนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Microsoft ติดต่อมาจะซื้อบริษัทพวกเรา ปีที่แล้วเขาก็ติดต่อมา แต่เราไม่คิดจะขายเท่านั้นเอง

ทันทีที่ข่าวออกมาบรรดาเพื่อนๆ ในแวดวงอินเทอร์เน็ตไทย ที่สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย บรรดาเพื่อนๆ ใน Yahoo! รู้รอบ ก็ ping กันเข้ามา ทักกันเข้ามาคุยกับผม แล้วก็ถามคำถามเดียวกัน (หรือแม้กระทั่งเพื่อนๆ ที่เป็นยูสเซอร์ใน Yahoo! รู้รอบยังเอาไปตั้งคำถาม) ว่า เฮ้ย มีข่าววงในอะไรไหม ขายจริงหรือเปล่า? ผมก็ตอบไปได้เลยว่า เฮ้ยใครจะไปรู้วะ ก็เพิ่งรู้เท่าที่รู้กันนี่แหละ ก็เขาเป็นฝ่ายประกาศมา เราไม่ได้ประกาศ แล้วที่ว่าขายจริงไม่จริงนั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะทางโน้นจู่ๆ เขาก็ประกาศโครมออกมา เราเป็นพนักงานเราก็อยู่เฉยๆ ทำงานต่อไปอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวครับ

Microsoft เป็นบริษัทซอฟต์แวร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เขากระเป๋าหนักเงินหนักมาก ทุ่มทุนสร้างมหาศาลมหากาฬทุกๆ อย่าง ส่วนตัวแล้วผมว่าพวกเขาเป็นบริษัทที่มีบุคลากรเก่งๆ มากมาย และคราวนี้แน่นอนว่าเขาต้องการเป็นผู้ชนะในสงครามธุรกิจโฆษณาออนไลน์นี้ ถ้าซื้อ Yahoo! มันก็เป็นทางที่เร็วกว่า เพราะธุรกิจมันเดินเร็ว

ที่ Yahoo! ผู้จัดการของผม (ที่ Yahoo! เราจะไม่ค่อยใช้คำว่าเจ้านายหรือ boss เท่าไหร่ เราจะพูดกันประมาณ My manager ถ้าจะเรียก boss นี่ก็จะเป็นการแซวๆ กันมากกว่า เช่น Hey! Dragon boss!) จะพูดประจำว่าพวกเรากำลังทำงานให้ยูสเซอร์ทั่วโลกซึ่งมากกว่า 500 ล้านคนแล้ว พวกเรากำลังสร้างรถไฟ ปรับปรุงรถไฟที่กำลังวิ่งแล่นอยู่ตลอดเวลา การทำงานอินเทอร์เน็ตมันเป็นอย่างนั้น ทุกอย่างเดินเร็วมาก เราต้องเรียนรู้ตลอดเวลา แล้วเราก็จะแชร์ความรู้ใหม่ๆ ด้านอินเทอร์เน็ตด้วยกันบ่อยมากๆ ทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ทุกวัน

ในฐานะพนักงาน ผมรักบริษัทนี้มากๆครับ รู้สึกดีตั้งแต่บุคลิกของเจอร์รี่ หยาง กับเดวิด ไฟโล เขาจะติดดินมาก เมื่อก่อนนี้ตอนเจอร์รี่กับเดวิดว่างๆ ก็จะบินมาที่สิงคโปร์ มาคุยกับผู้บริหาร และมาเยี่ยมพวกเราที่นี่ เราของขวัญมาแจก เสื้อบ้าง ของเล่นบ้าง คืออารมณ์เหมือนเด็กๆ รอพี่ชายมาเยี่ยมยังไงยังงั้น แล้วพวกเราก็จะได้ข่าวจากเจอร์รี่และเดวิดประจำว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่ผ่านทางอินทราเน็ต อย่างเช่น เจอร์รี่จะเล่นซูโม่กับเดวิด แล้วเขาก็จะใส่ชุดตุ๊กตาซูโม่แล้วเอาตัวมาชนๆๆ กัน ให้พนักงานได้เฮ …อย่างเมื่อปลายปีที่แล้วเดวิดก็มาอีก ผมก็อยากเจอเขาเพราะเขาคือตำนานดอทคอม เดวิดเห็นผมจรดๆ จ้องๆ ก็ถามว่า “สวัสดีครับ ถ่ายรูปกันไหมครับ” แถมให้ลายเซ็นมาด้วยล่ะ เอิ๊กๆ พวกเรารู้สึกดีกับผู้บริหารมากๆ เพราะการบริหารภายในนั้นโปร่งใส พวกเราทำงานด้านอินเทอร์เน็ต ผู้บริหารก็ชอบอินเทอร์เน็ตทุกคน และทำสิ่งที่ตัวเองรัก ทำให้ผมรู้สึกดีที่ได้อยู่บริษัทนี้

นี่อาจจะเป็นเหตุผลนึงที่ผมแอบเชียร์แอบคิดในใจว่าไม่น่าจะขาย เพราะถึงแม้ว่าจะเห็นในเชิงกลยุทธ์ว่า ทาง Microsoft ซึ่งมีกำลังมหาศาลจะเข้ามานั้น จะช่วยสนับสนุนให้พวกเราซึ่งมีความสามารถทางด้านการทำ consumer product บนอินเทอร์เน็ตให้แข่งขันได้ดีขึ้นก็ตาม แล้วอีกอย่างเราก็ไม่ได้หิวเงินอะไรขนาดนั้น ดีลนี้ก็ต้องตามดูกันต่อไปครับ พวกเราไม่ใช่คนเดียวที่จะตัดสินใจ  แต่มูลค่าหุ้นล่าสุดก็ขึ้นไป (เหมือนคราวที่แล้ว) 48 percent คือ $28.33 ขอไม่พูดถึงคู่แข่งนะครับ

ใครที่ชอบอ่านตำราการตลาดทางด้านนิวมีเดีย ผมขอแนะนำ DigiMarketing ของ Ogilvyโดย Kent Wertime กับ Ian Fenwick นะครับ เท่าที่อ่านผ่านๆ ดูรอบนึงผมรู้สึกว่าเขาเอาไอเดียแบบใหม่ๆ ที่เราค้นหาได้ทั่วๆ ไปในโลกอินเทอร์เน็ตมารวมไว้ที่เล่มนี้ แถมเพิ่งวางแผงสดๆ ร้อนๆ เนื้อหาก็เลยค่อนข้างใหม่พอสมควร

ใครที่อยากทำความเข้าใจกับการตลาดที่เน้น Integrated media เล่มนี้ก็ใช้ได้ครับ

Posted by: jakrapong | วันอังคาร, มกราคม 22, 2008

ฝันที่เป็นจริงของวรรณกับหมู

เมื่อหลายปีก่อนผมมีโอกาสไปเรียนเมืองนอกกับเขาอยู่เหมือนกันครับ ไปอยู่ที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ประเทศที่นักเรียนไทยฮิตกันเพราะราคาไม่แพงเกินไป บินกลับเมืองไทยแป๊บเดียวก็ถึง ได้ฝึกฝนภาษาไปในตัว แถมได้ประสบการณ์ชีวิตมาหลายๆ อย่าง และช่วงนั้นเองที่ผมบังเอิญได้ข่าวว่ามีคู่รักคู่นึงจะปั่นจักรยานรอบโลก ครั้งแรกที่ได้ยินได้ฟังก็แปลกใจว่าเอ๊ เวลามีมากนักหรือยังไงทำไมถึงอยากจะปั่นจักรยานรอบโลก จนกระทั่งเข้าไปอ่านรายละเอียดของทั้งสองคนที่ www.thaibikeworld.com ก็เฮ้ย สองคนนี้มันเอาจริงว่ะ …

สองคนที่ว่านี้ก็คือคุณวรรณกับคุณหมู ทั้งสองคนเป็นนักปั่นจักรยานตัวยง คุณวรรณเคยทำงานที่สถานทูตอเมริกัน ส่วนคุณหมูทำงานบริษัท แต่สุดสัปดาห์ทั้งสองคนก็จะพากันออกต่างจังหวัดไปปั่นจักรยาน วันธรรมดาก็จะปั่นจักรยานจากบ้านไปที่ทำงาน จนกระทั่งวันหนึ่งทั้งสองคนก็คิดกันได้ว่าอยากจะทำความฝันที่คิดมาตั้งนานนั้นให้เป็นจริงนั่นก็คืออยากจะปั่นรอบโลก มันท้าทายดี คนไทยจะทำได้ไหม? ก็เริ่มศึกษาหาความรู้ ไปคุยกับฝรั่งที่เก่งด้านการเดินทาง รู้สึกว่าจะชื่อทอม เคลเตอร์ เพื่อขอคำปรึกษา หาสปอนเซอร์

แล้วจู่ๆ วันนึงแกก็ผ่านมาที่เมลเบิร์นครับ ทั้งสองคนมานอนที่บ้านผม ตลกดีนะ ไม่นึกมาก่อนว่าจะบังเอิญขนาดนั้น ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่ผมได้คุยได้รู้จักกับพี่วรรณ พี่หมูอย่างใกล้ๆ ทั้งสองคนเป็นคนน่ารักมาก มองไปในดวงตาของทั้งสองคน จะมีอะไรสะท้อนออกมาคล้ายๆ กัน นั่นก็คือแรงไฟ ความฝัน ประกายตาของความมุ่งมั่นว่าจะต้องทำให้ได้

จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบ 6 ปี ทุกอย่างก็สำเร็จอย่างที่เขาตั้งใจจริงๆ ครับ ผมเองกะว่าจะไปแสดงความยินดีกับเขาที่งานต้อนรับกลับบ้านเมื่อวันที่ 1 กันยายนปีที่ผ่านมา แต่ก็ไปไม่ได้ น่าเสียดายจริงๆ

เมื่อกี้พี่วรรณทักมาทาง messenger ว่าตอนนี้กำลังเขียนหนังสืออยู่ ปีนี้รับรองว่าได้อ่านประสบการณ์การปั่นจักรยานรอบโลกของพี่วรรณพี่หมูแน่นอนครับ ผมว่าสนุกแน่นอน อยากให้หนังสือออกเร็วๆ จัง

Older Posts »

หมวดหมู่